การเพิ่มทุนของ MINT

หลายคนที่สนใจหุ้น MINT น่าจะได้ยินข่าวการเตรียมเพิ่มทุนของ MINT ซึ่งการเพิ่มทุนของ MINT ครั้งนี้ ออกมาทั้ง 2 รูปแบบคือ หุ้นเพิ่มทุน และ warrant ที่รอเพื่อขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ใครสงสัย สนใจมาอ่านโพสนี้กัน…

ถ้าใครชอบรับชมแบบวีดีโอ สามารถกดดูได้จากลิงค์นี้นะคะ

MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจโรงแรมทั้งใน และต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์อย่างเช่น อนันตรา แมริออท และมีธุรกิจร้านอาหารในหลากหลายแบรนด์ที่เรารู้จักกัน เช่น เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์ และที่ล่าสุด MINT ได้เข้าซื้อ บอนชอน โดยสัดส่วนรายได้ของ MINT ปี 62 มาจากธุรกิจโรงแรม 70% และธุรกิจร้านอาหารอีกประมาณเกือบ 20% ที่เหลือจะเป็นรายได้อื่นๆ

ซึ่งจะเห็นว่า จากวิกฤต COVID-19 นั้น ศูนย์กลางของพายุวิกฤตครั้งนี้คื อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม สายการบิน ดังนั้น MINT จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โรงแรมทั้งในและต่างประเทศก็โดนกระทบหมด

ข้อดีของ MINT คือ การมีรายได้จากทั้งธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร และมีการกระจายรายได้จากทั้งในและต่างประเทศ ส่วนข้อด้อยของ MINT คือ เรื่องของหนี้สิน ซึ่งมีอัตราส่วน D/E ratio (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน) ล่าสุดอยู่ที่ 4 เท่า เมื่อรายได้สะดุด และหนี้สินมาก ก็จะส่งผลต่อสภาพคล่องของกิจการได้

ซึ่ง MINT ก็มีแผนในการเพิ่มทุน ซึ่งครั้งนี้จะออกมาทั้งหุ้นเพิ่มทุน และ warrant

การเพิ่มทุน จะมีข้อดีกับบริษัทมากกว่า การออกหุ้นกู้ คือ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วน D/E ratio ดีขึ้น

การออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นสามัญเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วนหุ้นสามัญเดิมไม่ตํ่ากว่า 6.45 หุ้นต่อ 1 หุ้นสามัญที่ออกใหม่ เช่น ถ้าเรามีหุ้น MINT อยู่ 1,000 หุ้น เราจะมีสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนใหม่นี้ได้ = 1,000/ 6.45 = 155 หุ้น ส่วนราคาที่เขาจะขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิมนี้ยังไม่ทราบ บริษัทแจ้งว่า จะเป็นราคาตลาดเฉลี่ย 7-15 วัน ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศราคาขาย โดยมีหักส่วนลดไปไม่เกิน  15% จากราคาเฉลี่ยนี้ เช่น สมมติว่าราคาเฉลี่ย คือ 20 บ. และมีส่วนลดให้ 15% ราคาขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม ก็จะอยู่ที่ประมาณ 17 บ. ราคานี้เป็นตัวอย่างเฉยๆ ยังไม่รู้ว่าราคาคือเท่าไหร่แน่

ส่วนวันขึ้นเครื่องหมาย XR (Excluding Rights) คาดว่าจะเป็นวันที่ 8 ก.ค. 63 ซึ่ง XR ก็คือ การซื้อหุ้นในวันที่ขึ้นเครื่องหมายจะ “ไม่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน” หากอยากได้หุ้นเพิ่มทุน ต้องซื้อหุ้น ก่อนวัน XR และถือหุ้นให้ถึงวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XR ถึงจะได้สิทธิดังกล่าว

แล้วผู้ถือหุ้นอย่างเราๆ มีทางเลือกอะไรบ้าง ถ้ามีการเพิ่มทุนเกิดขึ้น

ซึ่งถ้าเราเป็นผู้ถือหุ้นเดิมเราควรคิดให้รอบคอบ ให้คิดคล้ายๆ กับว่า เราจะซื้อหุ้นบริษัทนี้ไหม่ โดยพิจารณา พื้นฐานกิจการยังดีไหม เหตุผลที่ต้องเพิ่มทุนเพื่อเอาเงินไปทำอะไร ทำแล้วจะต่อยอดกิจการ และส่งผลดีต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นอย่างเราๆ หรือเปล่า และท้ายที่สุดราคาเหมาะสมรึเปล่า เราก็จะสามารถตัดสินใจได้ 3 แบบ คือ …

1. เพิ่มทุนกับเขาไป ถ้าเราเห็นว่า เพิ่มแล้วกิจการน่าจะดี ต่อยอดกิจการ ราคาที่ใช้สิทธิก็เหมาะสม ซึ่งเราจะซื้อทั้งหมดเต็มสิทธิที่ซื้อได้ หรือซื้อน้อยกว่าสิทธิที่เราที่ซื้อได้ก็ได้นะ

2. ขายหุ้นเดิมทิ้ง ในกรณีที่คิดว่าไม่เหมาะสม โดยควรตัดสินใจวันก่อนขึ้น XR เพราะราคาหุ้นจะถูก dilute หลังขึ้น XR ดังนั้นถ้าเรามีหุ้นอยู่เดิม การตัดสินใจว่าจะเพิ่มทุนกับเขารึเปล่า หรือขายหุ้นเดิมออก ก็ควรตัดสินใจก่อนวันขึ้น XR

3. ถือหุ้นเดิมเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย อันนี้ไม่แนะนำเท่าไหร่ เพราะจะเห็นว่าเมื่อเพิ่มทุนจะทำให้ราคาหุ้นลดลง ซึ่งถ้ามีการเพิ่มทุน 6.45 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน จะทำให้ราคา dilute ลง และกำไรต่อหุ้นก็จะถูก dilute ลงเช่นกัน

นอกจากการออกหุ้นเพิ่มทุนแล้ว MINT ยังแจกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ซึ่งมีอายุ 3 ปี หรือ MINT-W7 โดยให้ 17 หุ้นสามัญ ต่อ 1 หน่วยใบสําคัญแสดงสิทธิ โดย 1 warrant จะเปลี่ยนเป็นหุ้น MINT ได้ 1 หุ้น ซึ่งการออก warrant นั้น เป็นรูปแบบหนึ่งของหุ้นเพิ่มทุนนั่นเอง โดยที่ warrant นั้นเราจะเรียกว่า หุ้นลูก แต่จริงๆ มันไม่ใช้หุ้น มันคือใบแสดงสิทธิที่เราสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นหุ้นแม่ได้ แต่ต้องเสียเงินค่าเปลี่ยนให้บริษัทนะ เราถึงจะเปลี่ยนเป็นหุ้น MINT ได้หนึ่งหุ้น จาก warrant 1 ตัว

ก็คือ เอา warrant  1 ตัว + เงินค่าเปลี่ยน = หุ้น MINT  1 หุ้น   

ซึ่งบริษัทก็จะได้เงินเข้าบริษัทจากตรงที่เราขอเปลี่ยนตรงนี้ ถึงแม้จะมีการแจก warrant มาให้เราฟรีๆ ก็ตาม ส่วนราคาเปลี่ยนหรือราคาใช้สิทธิตรงนี้ ยังไม่ทราบ

ทำไมไม่ออกมาเป็นหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมด เพราะข้อดีของ warrant จะทำให้การ dilute เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะจะมีเวลาให้เราถือ 3 ปี และจะกำหนดไว้ว่า ให้เปลี่ยนตอนไหนได้บ้าง จะทำให้คนที่อยากเปลี่ยนจะค่อยๆ ทยอยเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งเมื่อเราได้ warrant มา เราก็จะมี 3 ทางเลือก

1. เอาไปแปลงสิทธิ์แลกหุ้น MINT มา ถ้าเราคิดแล้วว่า ราคาที่ใช้สิทธิ เมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐานกิจการแล้วเหมาะสม และกิจการยังดีอยู่

2. เอา MINT-W7 ที่ได้มาไปขายในกระดานหุ้น ถ้าเราไม่แลกก็สามารถนำไปขายในกระดานหุ้น ซึ่งสามารถทำได้ เพราะ warrant ที่ได้มานั้นสามารถซื้อขายกันได้ในกระดานหุ้นตามปกติ

3. ปล่อย MINT-W7 หมดอายุไป อย่างที่บอก warrant ที่ได้มาถ้าเราไม่เอาไปแลก หรือไม่ขายออกไป เมื่อถึงวันหมดอายุ ที่ครั้งนี้จะมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่ออก ก็จะหมดอายุ ซึ่ง MINT-W7 ก็จะหายไปจากตลาด และมูลค่ามันคือ 0

ทั้งหุ้นเพิ่มทุนและ warrant รอเข้าที่ประชุมเพื่อขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพิ่อดำเนินการต่อไป ส่วนผู้ถือหุ้น MINT คงต้องติดตามว่า หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นจะออกมายังไง และพิจารณาว่าจะเพิ่มทุนกับ MINT หรือเปล่า

ถ้าใครสนใจว่า เราจะคิด price dilution ยังไง สามารถดูเพิ่มเติมได้จากคลิปนี้นะคะ

Published by DoctorWantTime

แพทย์ผู้ชื่นชอบการลงทุน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: