ทำไมหุ้นนี้ราคาถึงลดลงมาก??

ทำไมหุ้น XPG : บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) จากเดิมราคาปิดเมื่อวันที่ 23/7/64 ราคาปิด 7.90 บ. วันศุกร์ก่อนวันหยุดยาว พอเปิดตลาดมาเมื่อวันอังคารที่ 27/7/64 ราคาลงมาเหลือ 3.86 บ. และราคา 3.86 ตรงนี้กลับเป็นราคา ceiling ด้วย ทำไมเป็นแบบนั้น ถ้าใครสงสัยมาอ่านโพสนี้กันค่ะ

การเล่าถึงหุ้นนี้ ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการซื้อหรือขายหุ้นนี้นะคะ

สนใจรับชมแบบวีดีโอ สามารถกดรับชมได้จากลิงค์นี้นะคะ

หุ้น XPG เป็นธุรกิจธุรกิจการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่มีศักยภาพ
ซึ่งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 มีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5,731,340,148 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering; RO) ในอัตราส่วนการจัดสรรหุ้น 1 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 2 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.5 บาท

และได้กำหนดวัน XR คือ วันที่ 27 ก.ค. 64

ดังนั้นจะเห็นว่าราคาของหุ้นนี้ที่ลดลงมามากจากเดิมนั้น ในวันที่ขึ้น XR เนื่องจากมี dilution effect ของราคาหุ้นนั่นเอง

แล้วเราจะคิดยังไงว่า ราคาหุ้นจะถูก dilute อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่

เราสามารถคำนวณได้โดยมีหลักแบบนี้ ราคาตลาดหลังเพิ่มทุน คือเอาราคาที่เกิดขึ้น 2 ก้อนนี้มาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนหุ้นเดิมและหุ้นใหม่ แล้วหารด้วยจำนวนหุ้นที่เกิดขึ้นก็จะคิดมาได้แบบนี้…

ราคาตลาดหลังเพิ่มทุน = [(อัตราหุ้นเดิม x ราคาหุ้นก่อนวัน XR) + (อัตราหุ้นเพิ่มทุน x ราคาหุ้นที่ใช้สิทธิเพิ่มทุน)] / (จำนวนหุ้นเดิม + จำนวนหุ้นเพิ่มทุน)
= (1 x 7.9) + ( 2 x 0.5) / (1+2) = 2.97
ดังนั้นจะเห็นว่า ราคาก็จะมีการ dilute ลง = (7.9 – 2.97) / 7.9 = 62.4%

โดยราคา ceiling และ floor นั้น ในแต่ละวันที่จะเป็นกรอบราคา เพื่อไม่ให้ราคาหุ้นนั้นผันผวนมากจนเกินไป เมื่อราคาถึง ceiling และ floor จะไม่สามารถ offer หรือ bid ราคาซื้อขายที่สูงหรือต่ำกว่านี้ได้

การคิดจะเป็นการบวก/ ลบ 30% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า ซึ่งเนื่องจากหุ้นนี้มีการ dilution ราคามาอยู่ที่ 2.97 บ. จึงเป็นฐานในการคำนวณ ceiling และ floor

ราคาเพดานหรือ ceiling จึง = 2.97 + (2.97 x 30%) = 3.86 บ.ต่อหุ้น
ราคาพื้น หรือ floor = 2.97 – (2.97 x 30%) = 2.08 บ.ต่อหุ้น

ดังนั้นหุ้นนี้ราคา ceiling จึงเป็นราคา 3.86 บ. จึงไม่สามารถ offer ราคาที่สูงกว่านี้

ดังนั้นถ้าเรามีหุ้นอยู่แต่ไม่ได้ใช้สิทธิเพิ่มทุน ก็จะทำให้มูลค่าหุ้นนั้นในพอร์ตเรา เมื่อคิดตามราคาตลาดก็จะลดลง แต่ถ้าเราใช้สิทธิเพิ่มทุน ราคาเฉลี่ยต่อหุ้นก็จะลดลง แต่เราจะได้หุ้นเพิ่มทุนมา ซึ่งมูลค่าหุ้นในพอร์ตโดยรวมก็จะพอๆ เดิม

โดยหุ้นเพิ่มทุนนั้น เราต้องจองซื้อและจ่ายเงินให้บริษัทเขาก่อนนะ เราถึงจะได้หุ้นเพิ่มทุนนั้นเข้ามาในพอร์ต ซึ่งเอกสารต่างๆ เขาจะมีส่งไปให้ถึงบ้าน หรือสามารถสอบถามจากมาร์ที่เราเปิดบัญชีหุ้นกับเขาอยู่ก็ได้ มาร์เขาก็จะช่วยอำนวนความสะดวกให

ไม่ได้หมายความว่า ถ้าเราถือหุ้นนั้นอยู่ เราต้องเพิ่มทุนกับเขาโดยไม่มีทางเลือกอื่น เพราะการจะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทนั้นไหม ให้ลองคิดเหมือนกับว่าซื้อหุ้นบริษัทนั้นใหม่ในราคาใช้สิทธิ และดูว่า ราคาใช้สิทธินั้นเหมาะสมกับมูลค่าพื้นฐานของกิจการรึเปล่า และการเพิ่มทุนของบริษัทนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์กับบริษัทไหม

ถ้าพิจารณาแล้วว่า เหมาะสม ก็ถือหุ้นนั้นต่อ และรอใช้สิทธิหุ้นเพิ่มทุน แต่ถ้าดูแล้วว่า ไม่เหมาะสม หรือ พื้นฐานเปลี่ยน เราอาจพิจารณาขายหุ้นที่เราถืออยู่ออก โดยควรพิจารณาเรื่องนี้ก่อนวันขึ้น XR

การออกหุ้นเพิ่มทุน นอกจากเรื่องการ dilute ที่เกิดกับราคาหุ้นแล้วสิ่งที่ต้องคำนึงด้วย และเป็นสิ่งสำคัญคือ เรื่องของ earning dilution ใครสนใจเรื่อง earning dilution เพิ่มเติม สามารถกดดูเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้นะคะ
https://doctorwanttime.com/2020/06/28/earning-dilution-จากหุ้นเพิ่มทุน/

————————————

มาเรียนรู้การเลือกหุ้นด้วยตัวเองเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

คอร์สที่จัดทำสำหรับมือใหม่ลงทุนหุ้นที่จะได้เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกหุ้นการอ่านงบการเงิน รวมไปถึงการประเมินมูลค่าหุ้น

เรียนที่ไหน เมื่อไหร่ ทวนกี่ครั้งก็ได้

https://www.skilllane.com/courses/i-investor

Published by DoctorWantTime

แพทย์ผู้ชื่นชอบการลงทุน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: