ทำไมค่าธรรมเนียม TER ควรใส่ใจ??

การลงทุนในกองทุนรวม นอกจากเข้าใจนโยบายลงทุน สินทรัพย์ลงทุน ผลการดำเนินงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรไว้ประกอบการพิจารณาคือ เรื่องของค่าธรรมเนียม มาดูกันว่า ทำไมเรื่องของค่าธรรมเนียมถึงมีผลต่อผลตอบแทนที่เราจะได้รับ มาอ่านกัน.

สนใจรับชมแบบวีดีโอ กดรับชมได้จากลิงค์นี้ะคะ

ค่าธรรมเนียมจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่

– ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง คือ ค่าธรรมเนียมการซื้อ-ขายหน่วยลงทุน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมนี้จะแฝงอยู่ในราคาที่เราไปซื้อหรือขายหน่วยลงทุน ดังนั้น ราคาซื้อ-ราคาขาย จะไม่เท่ากับ NAV ต่อหน่วย (มูลค่าหน่วยลงทุน) เพราะมีค่าธรรมเนียมนี้แฝงอยู่ โดยค่าธรรมเนียมการขาย-การรับซื้อคืน จะคิดเป็น % ของมูลค่าการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมส่วนนี้มีผลต่อผลตอบแทนที่เราจะได้รับได้ แต่ไม่มากเท่าค่าธรรมเนียม TER

– ค่าธรรมที่เรียกเก็บจากกองทุน เรียกรวมๆว่า total expense ratio(TER) ค่าธรรมเนียมนี้ส่วนใหญ่เป็นค่าการจัดการกองทุน นอกนั้นก็จะมีค่าผู้ดูแลผลประโยชน์ ค่านายทะเบียน ค่าธรรมเนียมนี้เขียนไว้เป็น % ต่อปีแต่จะมีการหักเฉลี่ยเป็นรายวันก่อนที่จะแสดงเป็นมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองในแต่ละวัน ค่าธรรมเนียมจะมีผลต่อผลตอบแทนที่เราจะได้รับ

เช่น ถ้าคิดค่าธรรมเนียมนี้ 2% กองทุนทำผลงานได้ทั้งหมด 10% ต่อปี ผลตอบแทนที่เราได้รับ จะเป็น 8% ต่อปี เพราะถูกหักค่าธรรมเนียมส่วนนี้

ลองดูรูปกราฟในรูป สมมติให้กองทุนทั้ง 4 กองทำผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียม TER ได้เท่ากัน คือ 7% ต่อปี แต่หักค่าธรรมเนียมต่างกัน โดยงทุนก้อนเดียว 1 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุน 10 ปี จะเห็นว่าทำให้เงินที่ปลายทางต่างกันพอสมควร

กอง A คิดค่าใช้จ่าย 0.5% ต่อปี ที่ปลายทาง 10 ปี เงินจาก 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,877,137 บ.

กอง B คิดค่าใช้จ่าย 1% ต่อปี ที่ปลายทาง 10 ปี เงินจาก 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,790,847 บ.

กอง C คิดค่าใช้จ่าย 1.5% ต่อปี ที่ปลายทาง 10 ปี เงินจาก 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,708,144 บ.

กอง D คิดค่าใช้จ่าย 2% ต่อปี ที่ปลายทาง 10 ปี เงินจาก 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,628,894 บ.

ค่าธรรมเนียมนี้มีผลต่อผลตอบแทนที่เราจะได้รับ จึงควรพิจารณาค่าธรรมเนียมนี้ประกอบในการเลือกกองทุนรวม ถ้าคิดค่าธรรมเนียมสูงกว่ากองลักษณะเดียวกัน ก็ควรทำผลงานได้ดีกว่า จึงจะทำให้โดยรวมผลตอบแทนที่มาถึงผู้ถือหน่วยออกมาดีกว่า

กองทุนที่คิดค่าธรรมเนียมนี้ถูกกว่า จะเหมือนผู้ลงทุนมีแต้มต่อ ในการลงทุนระยะยาว เช่น ถ้าปีนั้นกอง A (คิด TER 0.5%) ทำได้ 5% ส่วนกอง D (คิด TER 2%) ทำได้ 6% แต่ผลตอบแทนที่มาถึงผู้ถือหน่วยสำหรับกอง A คือ 4.5% ส่วนกอง D คือ 4%

กองทุนที่เป็น passive fund มักมีค่าธรรมเนียมถูกกว่าแบบ Active fund เนื่องจากผู้จัดการกองทุน ไม่ต้องคิดวิเคราะห์มาก ลงทุนตามดัชนี ค่าธรรมเนียมนี้ยิ่งสูงจะยิ่งทำให้ผลตอบแทนของ passive fund ยิ่งแบ้ออกจากตัวชี้วัดมากขึ้น

ในการเลือกลงทุนกองทุนรวม อย่าลืมพิจารณาเรื่องของค่าธรรมเนียมประกอบการตัดสินใจด้วยนะ เพราะค่าธรรมเนียมมีผลต่อผลตอบแทนที่เราจะได้รับ

——————————————————————–

E-book “ก้าวสู่เป้าหมายด้วยกองทุนรวม”

การลงทุนในกองทุนรวมเป็นเครื่องมือในการลงทุนอย่างหนึ่ง และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาศึกษาเรื่องการลงทุน และติดตามการลงทุนมากนัก

ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้เล่าถึงสินทรัพย์แต่ละประเภทคืออะไร เหมาะอย่างไร และรายละเอียดต่างๆ ของกองทุนรวม การค้นหาข้อมูลของกองทุนรวม วิธีการคัดเลือกกองทุนรวมที่ใช่สำหรับคุณ อธิบายอย่างเข้าใจง่ายเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้เงินงอกเงย และมีความสุขในระหว่างทางที่ลงทุน

สนใจสามารถสั่งซื้อออนไลน์ จาก OOKBEE ได้ตามลิงค์นี้นะคะ http://www.ookbee.com/Shop/Book/77af1ed2-e980-43d6-ad7b-3f7484dc45ed

และสามารถสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของ meb ได้แล้วเช่นกันค่ะ http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzk5MzY0MSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyMzg1MyI7fQ

Published by DoctorWantTime

แพทย์ผู้ชื่นชอบการลงทุน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: