มารู้จักตารางงบย่อกัน

ในหน้า “ผลประกอบการสำคัญ(ตาราง)” ที่อยู่ในเว็บไซต์ของ set ตรงแต่ละหุ้นที่เราสนใจ เราจะเห็นตารางงบย่อ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 วันนี้จะมาเล่าถึงตารางงบย่อนี้ในส่วนที่ 1 ให้อ่านกัน

สนใจรับชมแบบวีดีโอ สามารถกดรับชมได้จากลิงค์นี้นะคะ

ใน 4 บรรทัดแรกจะเป็น เรื่อของงบดุล

หลักการของงบดุล คือสมดุล 2 ข้าง คิดจาก สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน

ทุนตรงนี้ คือ ส่วนของเจ้าของ หรือ ส่วนของผู้ถือหุ้น

เช่น ถ้าเราซื้อคอนโด ราคา 2,000,000 เป็นเงินเรา 500,000 บ. กู้มาอีก 1,500,000 บ.

งบดุลจะเป็นแบบนี้ 2,000,000 = 1,500,000 + 500,000

ดังนั้น 3 บรรทัดแรกของงบดุล คือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนผู้ถือหุ้น

จากงบตัวอย่างในงบปี 63

1,303.22  = 452.52 + 850.70  ล้านบาท

ซึ่งหนี้สินที่มีไม่ควรมากเกินไป เพราะถ้ามีหนี้มาก ทำกำไรมาได้ก็ต้องไปจ่ายดอกเบี้ย และการที่มีหนี้มากไป เมื่อวิกฤตมาถึงขาดรายได้ ธุรกิจอาจเจ๊งได้

ส่วน “มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้ว”  เปรียบเหมือนเงินทุนที่ขอมาจากผู้ถือหุ้น ดังนั้นตรงบรรทัดนี้จะเพิ่มขึ้น ถ้ามีการเพิ่มทุน คือ ขอเงินเพิ่มจากผู้ถือหุ้นเพิ่มในระหว่างดำเนินกิจการ “มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้ว” จะเพิ่มขึ้น ดังนั้นธุรกิจดำเนินการไปเรื่อยๆ ควรเติบโตมีเงินไปจ่ายหนี้ หรือขยายกิจการได้เองจากกำไรของบริษัท ไม่ควรต้องรบกวนขอเงินเพิ่มจากผู้ถือหุ้นเพิ่มเรื่อยๆ

3 บรรทัดถัดมา คือ งบกำไรขาดทุน ซึ่งในตารางงบย่อ จะแสดง รายได้รวม กำไรสุทธิ และกำไรต่อหุ้น

หลักของงบกำไรขาดทุน คือ รายได้ – รายจ่าย = กำไรหรือขาดทุน

ดังนั้นกิจการที่ดี ควรมีรายได้และกำไรค่อยๆ เพิ่มขึ้น อาจมีบ้างปีที่ลดลงบ้าง แต่ดูแนวโน้มระยะยาวควรเพิ่มขึ้น ไม่ควรผันผวนแบบบางปีกำไร บางปีขาดทุน

ส่วนกำไรต่อหุ้น (earning per share) คิดจาก กำไรสุทธิ หารด้วย จำนวนหุ้น

ค่านี้แนวโน้มก็ควรค่อยๆ เพิ่มขึ้นด้วย ไปตามกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้ามีการเพิ่มทุน แต่ไม่สามารถทำกำไรสุทธิเพิ่มได้ทัน ก็จะทำให้กำไรต่อหุ้นลดลงได้ ดังนั้นดูกำไรสุทธิแล้ว อย่าลืมดูกำไรต่อหุ้นด้วยนะ

ต่อมาจะมีอีก 3 บรรทัด ในตารางงบย่อในส่วนที่ 1 คือ “อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ”

ROA (return on asset) คิดจาก กำไร หารด้วย สินทรัพย์รวม ซึ่งเป็นการบอกว่า กิจการสามารถนำสินทรัพย์ที่มี ไปก่อให้เกิดกำไรได้มากน้อยแค่ไหน  เช่น ROA 6.05% คือ ทุกสินทรัพย์ 100 บ. ก่อให้เกิดกำไรได้ 6.05 บ.

ROE(return on equity) คิดจาก กำไร หารด้วย ส่วนผู้ถือหุ้น เป็นการบอกว่า บริษัทสามารถนำทุนที่มีของกิจการไปก่อให้เกิดกำไรได้ดีแค่ไหน เช่น ROE 5.87% คือ ทุน 100 บ. สามารถนำไปทำให้เกิดกำไรได้ 5.87 บ.

ข้อสังเกต ถ้าบริษัทที่มีหนี้สินมาก จะทำให้ค่า ROE และ ROA ต่างกันมาก เพราะตัวหารของ ROE คือ ส่วนผู้ถือหุ้น ส่วน ROA คือ สินทรัพย์รวม และงบดุลนั้นคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนผู้ถือหุ้น

บรรทัดสุดท้ายของตารางงบย่อในส่วนที่ 1 คือ อัตรากำไรสุทธิ ซึ่ง คิดมากจาก กำไรสุทธิ หารด้วย รายได้

ซึ่ง กำไรสุทธิ = รายได้ หักด้วย ค่าใช้จ่ายต่างๆ

จะเห็นว่า ถ้ากิจการสามารถทำรายได้ดี ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดี ไม่ต้องแข่งขันด้วยการลดราคาสินค้าเพื่อสู้กับคู่แข่ง สามารถกำหนดราคาสินค้าหรือบริการได้เอง ก็จะทำให้ “อัตรากำไรสุทธิ” นี้สูง

ถ้าใครสนใจลงทุนหุ้นตามแนวพื้นฐาน ควรเข้าใจเรื่องของงบการเงิน และงบการเงินก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ลองค่อยๆ อ่านและค่อยๆ ศึกษานะ

————————————

มาเรียนรู้การเลือกหุ้นด้วยตัวเองเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

คอร์สที่จัดทำสำหรับมือใหม่ลงทุนหุ้นที่จะได้เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกหุ้นการอ่านงบการเงิน รวมไปถึงการประเมินมูลค่าหุ้น

เรียนที่ไหน เมื่อไหร่ ทวนกี่ครั้งก็ได้

https://www.skilllane.com/courses/i-investor

Published by DoctorWantTime

แพทย์ผู้ชื่นชอบการลงทุน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: